:: บทความ ::

 Navigator : สินเชื่อ บัตรเครดิต | สินเชื่อ | บัตรเครดิต


     คิดจะใช้ บัตรเครดิต ต้องรู้

  • เรื่อง : บุญเลิศ อันประเสริฐพร
    คอลัมน์ Money Gossip


    ถ้าดูจากตัวเลข ยอดสินเชื่อคงค้าง ล่าสุดเมื่อมีนาคม 2545 แล้วจะพบว่า ได้เพิ่มขึ้นมาก ถึง 7 หมื่นล้านบาท แต่ที่น่าตกใจ มากกว่านั้น ก็คือ ในจำนวนยอดหนี้ค้าง ดังกล่าว เป็นหนี้ที่ลูกค้า ต้องจ่ายดอกเบี้ย เพราะชำระ ไม่ตรงเวลา กลับมีมากถึง 4 หมื่นล้านบาท ทีเดียว คำกล่าวข้างต้น อาจมี ความเป็นไปได้ ไม่ใช่น้อย ถ้าหากผู้ใช้บัตรเครดิต ไม่ระมัดระวัง และปล่อยให้มีหนี้สินอีรุงตุนังต่อไป อาจกลายเป็นหนี้เสีย ของ สถาบันการเงิน ขึ้นมาอีกรอบก็ได้ ย้อนมาถึงผู้ใช้บัตร อย่างเราๆ กันบ้าง ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่อยู่ในข่าย มีค่าใช้จ่ายบัตร จวนเจียรจะครบ วงเงินสูงสุด หรือใช้ จนเต็มวงเงิน มีการชำระหนี้ เพียงแค่ยอดขั้นต่ำในแต่ละเดือนเท่านั้น หรือบางเดือน ถึงกับต้อง กดเงินล่วงหน้า จากบัตรเครดิตมาใช้ แล้วล่ะก็
    คุณ จำเป็นต้อง ''รีบ'' จัดการกับหนี้ บัตรเดรดิตของคุณ อย่างเร่งด่วนเสีย แต่เดี๋ยวนี้ เพราะนอกจาก ดอกเบี้ย หนี้บัตร จะแพงหูฉี่ และสูงกว่า สินเชื่ออื่นๆ แล้ว ที่ควร ตระหนัก เอาไว้มากๆ ก็คือ หากไม่ชำระหนี้ เดรดิต ของคุณ ยังจะถูกรายงาน ไปยังเครดิต บูโร อย่างแน่นอน และถ้ายังไม่เครียร์หนี้ ให้เรียบร้อย จนกลายเป็นหนี้เสีย แล้วล่ะก็ เมื่อถึง ตอนที่คุณจำเป็น ต้องขอ***้ในอนาคต เมื่อไหร่ คุณจะตก อยู่ในฐานะลำบาก มากทีเดียว ทางที่ดีคุณ จึงควรกำจัดหนี้ ซึ่งเป็น ''จุดอ่อน'' ของตัวคุณ ออกไปเสียก่อน ที่เครดิต ของคุณ จะพังพินาศไป เพราะมือคุณเอง

    มีคำแนะนำ การปลดหนี้ อย่างง่ายๆ เอาไว้ว่า เริ่มแรกเลย คุณต้องรวบรวม ยอดค้างชำระ ในแต่ละเดือน และยอดเงินฝาก ทั้งหมดในบัญชี โดยทำรายการไว้ว่า คุณมีบัตรเครดิต ทั้งหมดกี่ใบ แต่ละใบ มีหนี้อยู่เท่าไหร่ มีจำนวนเงิน ที่ต้องชำระขั้นต่ำ ในแต่ละเดือน เท่าไหร่ รวมหนี้ ทั้งหมด เท่าไหร่ ยอดหนี้ มากกว่า ที่คุณคิด ไว้หรือไม่ ลองคิดคำนวณ ให้ละเอียดถี่ถ้วน แล้วจดบันทึกไว้

    จากนั้นก็ ตรวจสอบ ค่าธรรมเนียม และอัตราดอกเบี้ย บัตรเครดิตทั้งหมด ดูว่าบัตร แต่ละใบ คิดอัตราดอกเบี้ย กรณีใช้สินเชื่อ หมุนเวียนเท่าไร คิดค่าธรรมเนียม รายปีอย่างไร มีหนี้ คงค้างอยู่กี่บัตร และมีบัตร ที่คุณสามารถ ใช้ได้โดย มีช่วงเวลา ในการปลอดหนี้ บ้างหรือไม่

    ต่อมา คุณควร มองหาบัตรเครดิต ที่คิดอัตรา ดอกเบี้ยต่ำกว่า และใช้อย่าง 'รอบคอบ' การมีบัตร หลายๆ ใบ อาจทำให้คุณ มีโอกาสจับจ่าย ใช้สอยได้มาก ขึ้นก็จริง แต่ก็เป็นบ่อเกิด แห่งหนี้ด้วย เช่นกัน

    ดังนั้น ต้องระวัง การใช้บัตร ให้ดีที่สุด อย่าลืมว่า อัตราดอกเบี้ย บัตรเครดิต จะคิดแพงที่สุด

    ถ้าเป็นไปได้ควร ''โอนหนี้'' บัตรเครดิต ของคุณทั้งหมด ไปยังบัตร ที่ให้อัตรา ดอกเบี้ยต่ำที่สุด เพราะเป็นวิธี ที่จะทำให้คุณ สามารถประหยัดเงิน จากดอกเบี้ยแพงๆ ได้มาก แต่ก็ควรระวัง ให้ดีด้วยเช่นกัน เพราะการ โอนหนี้บัตรเครดิต ต้องใช้ปัจจัยหลายๆ อย่างเข้ามาประกอบ เช่น ต้องได้รับข้อเสนอ ที่ดีกว่าอย่าง เห็นได้ชัด และไม่ควรมี ค่าธรรมเนียมการโอน ตลอดจนต้องเข้าใจเงื่อนไข ทั้งหมด ของบัตรเครดิตใบใหม่ รวมทั้ง ระยะเวลา ปลอดหนี้ และดูด้วยว่า มีค่าธรรมเนียม อื่นๆ พ่วงมาด้วยหรือไม่ เพื่อป้องกัน การชาร์จจุกจิก จากแบงก์

    ถ้าหากต้องการ ให้ เป็นอิสระจากหนี้ ทั้งหลาย ได้เร็วขึ้น ควรจะจัดการกับ ''รายจ่าย'' แต่ละเดือนให้ดี
    อันดับแรกเลย ให้ชำระหนี้ ให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ แต่ถ้าจะให้ดี ที่สุดคือ จ่ายเต็ม จำนวนทุกครั้ง ถึงแม้จะเป็นไปได้ยากก็ตาม แต่การจ่าย ตามอัตราชำระหนี้ขั้นต่ำ ช่วยอะไรไม่ได้มาก เพียงแต่ป้องกัน ไม่ให้ดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น กว่าเดิมเท่านั้น

    เมื่อมีใบ แจ้งยอดค้างชำระมา ก็ควรรีบหาทาง จ่ายให้มากที่สุด โดยเลือก ชำระหนี้ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ก่อน และหนี้ที่เหลือ ก็จ่ายเพียง จำนวนชำระ ขั้นต่ำไปก่อน ต่อมา เมื่อคุณชำระหนี้ ที่มีดอกเบี้ยสูง จนหมดแล้ว ก็ให้นำเงิน ส่วนที่เหลือนั้น (ที่คุณเคย เก็บไว้เพื่อ ชำระหนี้อันแรก) มาชำระหนี้ ที่เหลืออยู่ต่อไป

    ดังนั้น การชำระหนี้ ในแต่ละเดือนของคุณ ก็จะเหมือนกัน ทุกเดือน จนกว่าคุณ จะหมดหนี้ ระวัง 'อัตราดอกเบี้ยพิเศษ' บางครั้ง คุณอาจได้รับ จดหมายมากมาย ที่ยื่นข้อเสนอสวยหรู และอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ที่แสนจะดึงดูดใจ แต่ถ้าคุณ ลองอ่านดีๆ จะพบว่า หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว สถาบันผู้ออกบัตร อาจเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ขึ้นไปอีกกว่าเท่าตัว ซึ่งเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น คุณอาจพบว่า ตนเอง มีหนี้สินมากมาย และอัตราดอกเบี้ย ก็สูงด้วย จะยกเลิกบัตร ก็ไม่ได้ เรียกว่า หลงเข้าไป 'ติดกับ' แบงก์ก็ว่าได้ สุดท้าย อย่าพยายามหลีกหนีปัญหา ถ้าคุณ มีปัญหา การจ่ายเงิน ในแต่ละเดือน ก็ให้รีบติดต่อไป ทางสถาบันการเงิน ผู้ออกบัตรก่อน ที่เขาจะติดต่อคุณเอง ลองเจรจา ประนอมหนี้ กับทางธนาคารดูก่อน

    ส่วนความคิด ที่จะหลบหน้าหลบตาเจ้าหนี้ หายเข้ากลีบเมฆไปนั้น ให้ลืมไปได้เลย เพราะไม่ว่าคุณ จะอยู่ที่ไหน เขาก็ตามหาคุณ จนเจอแน่ ไม่ว่าคุณจะมีหนี้มาก หรือหนี้น้อย แต่การรีบชำระหนี้ เสียแต่เนิ่นๆ เท่าที่พละกำลัง ของคุณจะสามารถ ทำได้นั้นจะเป็น 'ตัวช่วย' ที่ดีที่สุด ที่จะนำไปสู่ภาวะ ปลอดหนี้ เพราะ 'การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ