เคาน์เตอร์เซอร์วิส ชวนคุณจ่ายบิล...กิน KFC
เคาน์เตอร์เซอร์วิส ออกโปรโมชั่นใหม่ "จ่ายบิล...กินไก่ KFC" ให้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเฉพาะในเครือจีอี แคปปิตอล เมื่อชำระค่าบริการ จีอี มันนี่ เฟิรสช้อย การ์ด, เพาวเวอร์บาย และ ควิกแคช ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสทุกสาขา สามารถนำใบเสร็จค่าธรรมเนียมพร้อมนำคูปองส่วนลดที่แนบในแจ้งค่าบริการ แลกซื้อไก่ทอด KFC 2 ชิ้น พร้อมเป๊ปซี่ 1 แก้ว พิเศษเพียง 64 บาท ได้ที่ KFC ทุกสาขา (ยกเว้นสาขา มอเตอร์เวย์ขาเข้า-ขาออก, ดรีมเวิลด์,โลตัส สมุย,จางซีลอน ภูเก็ต, สยามพารากอน, รอยัลการ์เด้น พัทยา, สายใต้ใหม่ และ ลีการ์เด้น หาดใหญ่) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.–31 ธ.ค. 50 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02-711-7788
นิวัตต์ กล่าวสรุปสั้นๆ ขอมุ่งจับตลาดที่เป็น Niche Market นั่นเอง
“ทำธุรกิจในเมืองไทยเวลานี้จะทำตัวเป็นเรือใหญ่หว่านแหคงจะจับปลาไม่ได้ เราต้องทำตัวเป็นเรือขนาดเล็กตกเบ็ดหาปลาทีละตัวเอา”
ทางด้านผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของ เคทีซี มีกำไรสุทธิ 447 ล้านบาท รายได้รวม 7,777 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปี 2549 ถึง 29% และ 35% ตามลำดับ โดยเฉพาะไตรมาสสามของปีนี้ มีรายได้ 2,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% จากช่วงเดียวกันของปี 2549
ทว่าเมื่อถามถึงเป้าหมายรายได้ในปีนี้ และปีต่อไป นิวัตต์ ขอผ่านในประเด็นนี้ รวมถึงเป้าหมายบัตรเครดิต 2 ล้านใบก็ต้องพับเก็บไว้ก่อนด้วย
“สภาพเศรษฐกิจแบบนี้ตั้งเป้าลำบาก ผมไม่กล้าตั้งเป้ามา 2-3 ปีแล้ว”
ทางด้านสถานะทางการเงินล่าสุด ชุติเดช ชยุติ CFO บัตรกรุงไทย กล่าวเสริมว่า สถานะการเงินของบริษัทปัจจุบันยังมีความมั่นคงในระดับสูง แม้มีข้อจำกัดว่าต้องระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้เพียงอย่างเดียว โดยมีสินทรัพย์รวม 44,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปี 2549 ประกอบด้วยยอดลูกหนี้บัตรเครดิตสุทธิ 28,245 ล้านบาท สินเชื่อบุคคลเคทีซี แคช สุทธิ 11,288 ล้านบาท และสินเชื่อเจ้าของกิจการ เคทีซี มิลเลี่ยน สุทธิ 2,270 ล้านบาท
ฐานสมาชิกรวม 1,924,434 บัญชี โดยสมาชิกใหม่ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจสินเชื่อบุคคล พร้อมใช้ เคทีซี แคช รีโวล์ฟ (KTC CASH Revolve) สำหรับจำนวนบัตรเครดิตรวมสิ้นสุด 30 กันยายน 2550 มีอยู่ 1,453,270 บัตร
ในขณะที่พอร์ตลูกหนี้การค้ารวมสุทธิ 42,366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จาก 39,120 ล้านบาท ณ สิ้นปี2549 เนื่องจากบริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารคุณภาพหนี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนอัตรา NPL ของบัตรเครดิตอยู่ที่ 3.1% คงที่จากปีที่แล้ว และยังไม่เกินมาตรฐานที่แบงก์ชาติกำหนดคือ 4% ส่วนของสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ประมาณ 6%
นอกจากนี้ กระแสเงินสดของบริษัท ยังคงมีเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจอีกมาก แถมยังมีวงเงินสำรองจากธนาคารกรุงไทยอีก 18,000 ล้านบาทคอยแบ็คอัพอยู่ แต่ไม่เคยนำมาใช้เลย
เมื่อถามถึงสถานการณ์ หุ้น KTC นิวัตต์ กล่าวว่าคงไม่มีสตอรี่ที่น่าสนใจนัก เพราะส่วนใหญ่มาซื้อไว้แล้วก็ “หลับยาว”
“ราคาหุ้นเราคงไม่ขึ้นลงหวือหวา เพราะฝรั่งมันมัวแต่ไปสนใจแต่หุ้นพลังงาน คงไม่สนใจหุ้นเราเท่าไร เคยมีพวกเฮดจ์ฟันด์สนใจมาเหมือนกันแต่สุดท้ายก็ไม่ลง แถมหุ้นเราสภาพคล่องไม่สูงนัก แค่ธนาคารกรุงไทยเจ้าเดียวก็ซัดไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่พวกฝรั่งเจ้าอื่นที่มาซื้อไว้หลายปีเขาก็ไม่เคยถอนหุ้นออก อยู่ยังไงก็อยู่ยังนั้น”
“บริษัทของเราไซส์ไม่ได้ใหญ่มาก แต่การมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาด 18% ท่ามกลางคู่แข่ง 38 ราย ก็ถือว่าแกร่งแล้ว การที่เคทีซีมีแบรนด์ที่ดีเป็นข้อได้เปรียบของเรา พวกธนาคารกับคู่แข่งรายใหม่เข้ามาก็ยากที่จะสู้ ผมเชื่ออย่างนั้น”